2007/Jan/13

หนังดีส่งท้ายปี 2006 ที่ได้ดู
เช่า Amelie มาดูตอนช่วงหยุดปีใหม่
เอมิลี่เป็นหนังฝรั่งเศส Soundtrack จึงเป็นภาษาฝรั่งเศส
ฟังแล้วคุ้นจัง
นึกถึงตอนทำงานที่ MANE เลยอะ ที่ออฟฟิชมี MD, Perfumeristกะ Regional Flavoursale เป็นฝรั่งเศส
ชอบมาคุย soundtrack กันข้ามหัวคนไทย
เอมิลี่ เกิดเดือนกันยา เป็นสาวราศีกันย์
สาวราศีกันย์ขี้อาย ...
( อันนี้สรุปเอาเองจากหนังที่ดู เอมิลี่เป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองบางทีนะ เหมือนเราเลย เพราะเราราศีกันย์เหมือนกัน แม้หลาย ๆ คนจะพร้อมใจกันเถียงว่า ไอ้ฮันนี่ แกเนี่ยนะ ขี้อาย ไม่จริง ๆ ๆ บางทีอาจเพราะท่าทางเรามั่นใจเกินไป )
เป็นเรื่องราวของเอมิลี่เด็กสาวที่ทำงานเป็นพนักงานเสริฟ แล้วก้อมีเรื่องคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอมิลี่ เช่น พนักงานในร้านที่เอมิลี่ทำงาน ลูกค้าที่ร้านที่อกหักจากพนักงานสาว สาวใหญ่ทีอยู่อพาร์ตเมนท์เดียวกับเอมิลี่ที่เฝ้าคอยคนรักที่ทิ้งไปกับสาวอื่น โดยวัน ๆ เอาแต่นั่งอ่านจดหมายที่ชายคนรักเคยส่งมา ชายแก่จิตรกรขาพิการที่อยู่อพาร์ตเมนท์ใกล้ ๆ เอมิลี่ชายหนุ่มพนักงานขายผักและเจ้าของร้านผักที่เอมิลี่เดินผ่านตอนไปทำงานทุกวัน ชายที่เคยอยู่ห้องเช่าก่อนที่เอมิลี่เคยอยู่ชายหนุ่มที่เคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเอมิลี่ที่ชอบเก็บรูปที่คนที่ถ่ายตามตู้ถ่ายสติกเกอร์ตามสถานีรถไฟเอามาสะสม และครอบครัวเอมิลี่ที่เหลือแต่พ่อ
เป็นหนังที่ดูแล้วประทับใจนะ ความรู้สึกตอนดูจบแล้วเหมือนกับตอนดู Love actually เลย
แม้ตอนต้นที่ดูแล้วค่อนข้างจะเยิ่นเย้อไปบ้าง ( ถ้าดูในโรงนี่คงนั่งเบื่อนั่งหลับไปหลายตลบ ) คงเพราะมันเป็นเรื่องราวของคนหลายคน
แต่พอตอนท้าย ๆ ที่ปมทุกอย่างมันค่อย ๆ คลี่คลายเฉลยออกมา ที่ละเรื่อง ๆ แล้วทำให้เรารู้สึกอึ้ง ๆ แล้วก้อ อ๋อ ๆ ๆ เพราะอย่างงี้มันถึงได้เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนต้นเรื่องฉากที่ปูเรื่องไว้ ตัวละครบางตัว บางทีโผล่มาแค่ 5 วิ ตอนที่เอมิลี่แนะนำ สุดท้ายมาเป็นคำตอบของบางเรื่องที่คาดไม่ถึง
ชอบไอเดียรูปถ่าย ตอนเรื่องที่เกียวกะพ่อของเอมิลี่น่ะ คือเอมิลี่รู้ว่าพ่อแม่อยากเดินทางไปเที่ยวแต่หลังจากแม่เสียชีวิตพ่อก้อกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่ออกไปไหน เอมิลี่อยากจะให้พ่อออกเดินทางท่องเที่ยวตามความฝัน แต่พูดยังงัยพ่อก้อไม่เคยไป จนวันนึงเอมิลี่เลยขโมย ตุ๊กตาตัวโนม ( ถ้าอ่านนิทานเด็กบ่อย ๆ ตอนเรา 11-14 ขวบนะของพวก โรอัล ดาห์ล, มิคาอิล เอ็นเด้ ที่มันแฟนตาซี ๆ หน่อย มันจะมีตัวโนมเยอะ ไม่นับแฮรี่ พอตเตอร์นะ อันนั้นมันตอนเราแก่แล้ว ไม่อ่านนิยายเด็กแล้วอะ ) อ่ะ มาว่าเรื่องเอมิลี่ต่อ เอมิลี่ขโมยตุ๊กตาต้วโนมที่พ่อเอมิลี่ทำ มันจะคล้าย ๆ ตุ๊กตา คนแคระทั้งเจ็ดกับสโนไวท์ แต่เป็นตัวเล็ก ๆ แล้วใส่เสื้อสีแดง ๆ หลังจากเอมิลี่ขโมยตุ๊กตาไป ก้อจะมีจดหมายข้างในมีรูปโพลารอยด์ ในรูปจะมีต้วตุ๊กตา แล้วมีฉากหลังเป็นประเทศต่าง ๆ เช่นเป็นรูปหอไอเฟล (ปารีส) รูปเทพีสันติภาพ (นิวยอร์ค) รูปพระราชวังคอนสแตนติโนเบิ้ล (รัสเซีย) ประมาณเหมือนตัวโนมมันไปเที่ยว แล้วก้อถ่ายรูปส่งมาให้ประมาณนั้นอะ พ่อเอมิลี่ก้องงมากว่า ตุ๊กตาที่เค้าทำมันไปโผล่ประเทศนั้น ประเทศนี้ได้ยังงัย แถมยังส่งรูปถ่ายมาให้อีก
ชอบไอเดียรูปถ่ายอันนี้มาก ๆ เคยคิดว่าเวลาเราไปเที่ยวที่ไหน ก้ออยากไปถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ที่แสดงถึงประเทศนั้น แต่ถ้าจะให้ไปยืน เก๊กท่าโนเนะชูสองนิ้ว แล้วก้อถ่ายออกมา มันดูเขิน ๆ ยังงัยไม่รู้ เลยได้ไอเดียจากเพื่อนทีเค้าถ่ายรูปสะท้อนแว่นตากันแดดให้เราตอนไปเที่ยววัดที่อยุธยาน่ะ ตอนหลังเวลาไปเที่ยวที่ไหนก้อจะขอให้เพื่อนคนนั้นเค้าถ่ายรูปที่สะท้อนสถานที่นั้น ๆ มาเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่น ก้อจะมีแค่หน้าเรา แต่โฟกัสให้เหลือเฟรมแค่ตรงส่วนแว่นกันแดดแล้วสะท้อนรูปอะ
ที่มีก้อมีรูปที่ไปลาว ก้อจะสะท้อนวัดเซียงทองที่เวียงจันทร์ กะวัดอีกที่ในหลวงพระบางอะ แล้วก้อมีไปสิงคโปร์ที่สะท้อนEsplanede แล้วก้อมีไปวัดพระแก้วก้อจะสะท้อนพระอุโบสถหลวง แล้วก้อมีไปปาย ก้อจะสะท้อนร้านกาแฟ ( ถ้าเคยไปปาย เราว่าต้องรู้จักร้านการแฟร้านนี้แน่นอน ชื่อร้าน All about coffee ) เราชอบไอเดียอันนี้ของตัวเองมากเลยอะ เก๋กู๊ดจิง ๆ 55555 ได้แต่หวังว่าอีกหน่อยคงมีรูปสะท้อนแว่นกันแดดเราเป็นรูป ตัวมิกกี้เมาท์นะ ( อยากไปดีสนีย์แลนด์มาก ๆ ๆ ๆ เป็นความใฝ่ฝันแต่เด็กละ อยากไปสวนสนุก อยากไปเดทกะแฟนที่สวนสนุก 555 คิดว่าคงได้ไปที่ฮ่องกงนี่แหล่ะ มีวี่แววสุดละ ) แล้วก้อฝัน ๆ ว่าสักวันรูปสะท้อนในแว่นตาเราจะเป็น หอไอเฟลเทพีสันติภาพ กอนโดล่าในเวนิช และที่อื่น ๆ แต่เด๋วก่อน
ก่อนอื่นต้องหัดถ่ายรูปแบบนั้นให้ได้เองก่อนนะ คิดเอาไว้เหมือนกัน ว่าคงต้องพกกระจก ถ่ายรูปสะท้อนจากกระจกที่จะเห็นแว่นกันแตดตัวเองที่สะท้อนภาพวิวอีกที 55555 งงมะ ( เพราะเพื่อนคนที่ถ่ายรูปให้เราคนนั้นเค้าคงไม่ได้ไปไหนกับเราได้ตลอดนี่นา) แต่ว่าก้อคงไม่เวิร์ค มันจะดิตกล้องที่สะท้อนกระจกด้วยง่ะ มีวิธีไหนอีกมั่งหว่า ..
พอดูเอมิลี่จบแล้วรู้สึกว่าหนังน่ารักดี รู้สึกดีจัง
เมื่อก่อนเวลาดูหนังที่รู้สึกว่าดี ดูแล้วแฮปปี้เรามักจะนึกถึงคนที่เรารัก อยากให้เค้ามาดูด้วยกัน เมื่อก่อนตอนดู Love Actually ( คนเดียว) ดูแล้วก้อคิดถึงคนที่เรารัก แต่ว่าตอนนั้นคนที่เรารักเค้าก้อดูหนังเรื่องนั้นกับคนที่เค้ารัก เราได้แต่คิดถึงว่าถ้าได้ดูกับเค้าคงจะดีมาก ทำมัยคนที่อยู่ข้าง ๆ เค้าตอนนั้นไม่เป็นเรานะ ทำมัยเราไม่ได้มีโอกาสดูหนังดี ๆ แบบนี้กับเค้า...เศร้าเนอะ ตอนหลังเราเลยชินกับการที่ดูหนังสนุก ฟังเพลงเพราะไปเที่ยวที่สวยๆ แล้วไม่นึกถึงใครเพราะไม่มีใครให้คิดถึง ( ไม่อยากคิดถึงคนที่เค้าไม่เคยคิดถึงเราด้วย ) ก้อเลยชินกับการที่จะ Appreciate กับสิ่งดี ๆ ตรงหน้าด้วยตัวเอง
วันนี้ดูเอมิลี่จบแล้วรู้สึกดีมากกกกหันไปก้อเห็นที่รักนั่งดูอยู่ข้าง ๆ รู้สึกดีมาก ๆ เลย มันคงเหมือนกันได้ร่วมแชร์ประสพการณ์ดี ๆ ด้วยกันมั้ง ปกติเราจะอยู่ใน moment นั้นคนเดียว วันนี้มีคนที่เรารักอยู่ด้วย เหมือนฝันที่เป็นจริงเลย

edit @ 2007/01/13 10:03:18

2006/Sep/20

I'm not a perfect person
There's many things I wish I didn't do
But I continue learning
I never meant to do those things to you
And so I have to say before I go
That I just want you to know

I've found a reason for me
To change who I used to be
A reason to start over new
and the reason is you

I'm sorry that I hurt you
It's something I must live with everyday
And all the pain I put you through
I wish that I could take it all away
And be the one who catches all your tears
That's why I need you to hear

I'm not a perfect person
I never meant to do those things to you
And so I have to say before I go
That I just want you to know

I've found a reason for me
To change who I used to be
A reason to start over new
and the reason is you

I've found a reason to show
A side of me you didn't know
A reason for all that I do
And the reason is
'you'

เคยมีคนถามว่าการที่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครสักคน มันจะทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง และเป็นการฝืนใจ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวันที่เราทนไม่ได้มันก้อจะกลายเป็นความทุกข์เราควรจะเป็นตัวเองมากที่สุด ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครคนที่เค้าอยู่กับเราได้คือคนที่ยอมรับเราได้มากที่สุด ตอนนั่นได้แต่อึ้ง คิดตามเค้าแล้วก้อตอบอะไรไม่ได้ ตลอดมาเราพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเอง (ในบางเรื่องที่เราคิดว่าเราเปลี่ยนได้) เพี่อใครสักคน แต่เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งเราก้อเริ่มรู้สึกอึดอัดแต่พอเรากลับมาเป็นตัวเราเอง มันกลับทำให้ความสัมพันธ์มันอยู่ไม่ได้ เหมือนกับต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองไม่มีใครฟังใครและไม่มีใครยอมที่จะเปลี่ยน ทั้ง ๆ ที่ตลอดมาเราคิดว่าการเปลียนไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องแต่เราคิดว่าตัวเราเองเราปรับได้ อย่างน้อยขยับมาอยู่ในจุดที่ทั้งเราและเค้ายอมรับได้ แต่ว่าสุดท้ายก้อรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เพราะอีกฝ่ายไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยน หรือคิดที่จะปรับเพื่อเราเลย

ถามว่าคำตอบของเราคืออะไร เรายังคงจะเปลี่ยนอย่างน้อยเราได้พยายามแล้ว และเราไม่คิดว่าเป็นการฝืนใจเราทำดีที่สุดแล้วเพื่อจะให้เค้าเข้าใจว่าสำหรับเราเค้าสำคัญที่สุดที่เราจะเปลียนตัวเอง

' The reason is u ' คือคำตอบ

2006/Aug/02

Freelance

ตอนนี้กะลังเกลียดคำ ๆ นี้ ...

บางทีผู้หญิงกับผู้ชายมันคงมาจากดาวคนละดวงจริง ๆ ล่ะมั้ง ผู้ช๊าย ผู้ชายที่มันมาจากดาวอังคารที่ไม่ว่าจะทำยังงัยก้อไม่เคยจะเข้าใจผู้หญิงสักที เอ หรือว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะเรามัน ผู้ญิ๊ง ผู้หญิงที่มาจากดาวพฤหัสก้อได้ ถึงได้พูดกันไม่รู้เรื่องอยู่อย่างงี้

เค้าว่ากันว่าเป็นธรรมชาติของผู้ชายที่เวลาเห็นผู้หญิงสวย ๆ มักจะชอบมองและชอบชม แต่ว่าเพื่อนผู้ชายหลาย ๆ คนที่เรารู้จักเค้าเป็นช่างภาพ ดังนั้นจึงมักจะมีข้ออ้างที่จะแอบถ่ายรูปผู้หญิงที่เค้าคิดว่าหน้าตาน่ารัก หน้าตาดี แล้วเอามาแต่ง เอามาเก็บไว้ดูเต็มไปหมด บางทีเห็นแล้วก้อไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่ามันทำไปทำมัย เอามาดูแก้เซ็งแก้เหงาหรือเปล่า เอามาดูให้มันมีความสุข แบบนั้นล่ะมั๊ง คงเหมือนกับผู้หญิงที่บ้าดารา บ้านักร้อง เคยเห็นเวลาเจอสาว ๆ เหล่านั้นก้อจะเข้าไปกรี๊ด ๆ ๆ กรีดร้อง บ้าเห่อ เอารูปดารามาแปะฝาบ้าน สะสมของที่มีแต่รูปดารา อะไรแบบนั้นล่ะมั๊ง แล้วทำมัยเคยได้ยินผู้ชายบางคนบอกว่า ไม่ชอบผู้หญิงที่บ้าดารา มันไร้สาระเคยอ่านแมกกาซีน พวกผู้ชายก้อบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงที่วัน ๆ เอาแต่ตามดารา ไม่อยู่กับชีวิตจริงยอมรับไม่ได้ แต่พอเวลาผู้หญิงบอกว่าไม่พอใจที่ผู้ชาย ชอบมองผู้หญิงสวย ๆ กลับแก้ตัวว่า มันเป็นสันดานของผู้ชายทุกคนมันแก้ไม่ได้แล้วถ้าผู้หญิงจะโมโห ก้อหาว่าผู้หญิงไร้สาระ แล้วจะทำงัยได้ ผู้หญิงก้อได้แต่ต้องยอมรับนิสัยแย่ ๆ ที่ผู้ชายอ้างว่าแก้ไม่ได้มันเป็นสันดานของผู้ชาย แต่ทีนิสัยที่ผู้หญิงคิดว่าแก้ไม่ได้บ้างเพราะเป็นนิสัยผู้หญิง ผู้ชายกลับไม่เคยยอมรับ กลับหาว่างี่เง่า ไร้สาระ ไร้เหตุผล ขี้หึง ไม่เห็นผู้ชายมันจะยอมรับได้เลย แถมยังเอามาเป็นเรืองบอกเลิกอีกต่างหาก ว่าหากไม่มีเหตุผลจะไม่ทนและไม่อยู่ด้วย ผู้หญิงเรา ๆ ก้อได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน แสดงออกนิสัยที่มันเป็นสันดานออกไปบ้างไม่ได้

เคยมีเพื่อนในกลุ่มไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ในแก๊งค์จะผู้ชายมากกว่าพวกมันเลยจะคิดเอาว่าเราก้อเป็นเหมือนเพื่อนผู้ชาย เวลาใครสักคนในกลุ่มพาเพือนสาว ๆ หน้าใหม่ ๆ มาแนะนำนะ ไอ้พวกผู้ชายเนี่ย สังเกตุได้ว่าจะดี๊ด๊า ดีใจจนออกนอกหน้า ยิ่งถ้าสาว ๆ ที่มาเป็นสาว ๆ ที่หน้าตาดีหน่อยเนี่ย ถ้าเป็นหมา ไอ้พวกเนี้ยคงส่ายหางดิก ๆ ๆ ๆ แล้วก้อวิ่งเข้าไปกระโดดเกาะ เลียแข้งเลียขาสาว ๆ พวกนั้นแล้วแน่นอน บางทีเห็นแล้วก้อขำแล้วก้อคิดว่า ไอ้พวกนี้แม่งหื่นว่ะ แล้วก้อขำ ๆ ๆ แต่ถึงวันนึงก้อขำไม่ออก เมื่ออาการเหล่านั้นมันมาเกิดกับคนที่เค้ากำลังคบกับเรา รู้สึกแย่มากเลยว่ะ

เค้าก้อให้เหตผลว่าไม่เห็นต้องซีเรียสเลย มันเป็นนิสัยของเค้าอยู่แล้ว ที่เป็นคนเฟรนลี่ อยากจะรู้จักคนใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ๆ จะได้มีคอนเนคชั่นกันไป ๆ มา ๆ บางทีก้อจะพยายามเข้าใจอ่ะนะว่านิสัยเฟรนลี่อะ แต่บางทีมันควรจะมีคำว่าเกรงใจกันมั่งอะ บางทีแฟนนั่งอยู่ทนโท่ ยังดี๊ด๊าออกนอกหน้าเลย

ยิ่งการอยู่ห่างไกลเนี่ยบางทีความห่างเหินมันก้อทำให้อะไร ๆ มันห่างเหิน ห่างไกล อะไรที่เคยทำด้วยกัน เช่นไปดูหนัง ไปกินข้าว มันก้อจะทำได้ไม่เหมือนเดิม เพราะเราคงไม่สามารถนั่งรถไป สามสี่ร้อยโล ไปกินข้าว ไปเที่ยวด้วย ได้ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แม้กระทั่งคุยโทรศัพท์ เราก้อจะพยายามเข้าใจนะ ว่าบางทีเค้าไม่ว่าง เค้าทำงาน เค้ามีธุระ ไม่สามารถคุยกับเราได้นาน ๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่บางทีก้อรู้สึกว่าตอนเราเหงา ๆ เนี่ย อย่างน้อยอยากได้ยินเสียงเค้าเราอยากคุยกับเค้า อยากให้เค้าอยู่กับเราเวลาเราไม่มีใครเวลาเราเศร้าใจ แต่พอโทรไปเค้ากลับบอกว่า ไม่ว่างบางทีวันที่เราว่าง เค้ากลับกำลังสนุกสนานเฮฮากับเพือน ๆ บางทีตอนก่อนนอนเค้าก้อเหนื่อยเพราะวันนี้ทำงานหนัก ขอโทดที ถ้าอยากคุยนาน ๆ ก้อต้องโทรมาตอนที่เค้าว่าง ๆ สิ เอ่อ ขอโทดจิง ๆ ค่ะ ที่ฉันมันเสือกเหงาตอนคุณไม่ว่าง คุณกำลังบิสซี่พอดี คุณกำลังปาร์ตี้กะเพือ่น ๆ ฉันมันผิดเองค่ะ ขอโทดจิงๆ ที่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณนะคะ พอพยายามจะปรับโดยการนัดวันที่คิดว่าต่างคนต่างจะว่างจริง ๆ เพื่อจะได้คุยกัน แต่เค้าก้อไม่เห็นด้วย อ้างโน่นอ้างนี่ ว่าถ้าว่างก้อได้คุยเองแหล่ะ ไม่เห็นต้องนัดวันเลย ก้อ .... ก้อเออ คงได้คุยแหล่ะ

บางทีการที่เราไม่ได้เจอกันทุกวัน แล้วยังไม่ได้คุยกันทุกวันอีก บางทีเวลาโทรไปหาเพราะเราเหงาอยากมีเพื่อนคุย แต่เค้าไม่ว่าง เค้ากำลังมีความสุข สนุกสนานเฮฮากับเพื่อนใหม่ ๆ ที่เค้ารู้จักใหม่ ๆ แล้วบางทีเราก้อไม่พอใจ ว่าทำมัยถึงต้องไปกับเพื่อน ๆ บ่อย ๆที่สำคัญเป็นเพื่อนผู้หญิงที่เค้าเพิ่งรู้จักแล้วเราก้อไม่รู้จักด้วย ก้อกลายเป็นว่าที่เราโกรธ เราไม่พอใจกลายเป็นเราไร้เหตผล งี่เง่าชอบโทรไปเช็ค ซะงั้น เอ่อ แล้วถามว่าทำมัยต้องไปดูหน้งกินข้าวกับเค้า ก้อเพราะว่าเค้าอยากรู้จักเพือนใหม่ ๆ อยากรู้จักเค้าให้มากขึ้น ต้องไปสองต่อสองเพื่อจะได้สนิทกันมากขึ้น เค้าน่าสนใจอย่างงั้น อย่างงี้ อยากรู้จัก ไม่ต้องกลัว ไม่ได้เป็นกิ๊กแค่เป็นฟรีแลนซ์ แล้วที่ไปดูหนังกับเค้าเพราะว่า เสาร์อาทิตย์มันว่าง ที่รักไม่ว่างไปกับเค้าหนิ จะให้เค้าไม่ไปไหนเลย อยู่เฉย ๆ อยู่แต่ในบ้านได้ยังงัย เค้าเลยต้องหาฟรีแลนซ์ไปเป็นเพื่อนกินข้าว เพื่อนดูหนัง เพื่อนเที่ยว เพื่อนทำนู่นทำนี่ เอ่อ ............. เค้าว่าเราคิดมาก ระแวงไปเอง

แบบนี้แล้วแฟนกับฟรีแลนซ์มันต่างกันยังงัยคะ แค่เป็นคนที่เวลาว่างค่อยไปด้วยกัน ไม่ว่างก้อไปกับคนอื่นที่ว่าง แบบนี้เหรอคะ แล้วบางอย่างที่เราคิดว่าเราอยากจะไปด้วยกันเราคิดว่า อะไรที่เราอยากไปกับเค้า เราจะพยายามหาโอกาสเพื่อที่จะได้ไปกับเค้าแม้มันอาจจะช้าบ้าง แต่ก้อพยายามหาเวลาที่มันจะไปด้วยกันได้ แต่เค้ากลับคิดว่าเพระเราไม่ว่าง เค้าก้อเลยไปกับคนอื่นแบบนี้เหรอ แล้วแบบนี้จะเป็นแฟนกันไปทำถ้วยอะไรล่ะ

บางทีเราก้อมีโอกาสจะได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ แต่บางทีการที่จะเข้าไปสนิทสนมกันมาก ๆ มันก้อแล้วแต่โอกาส ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายเราก้อมักจะระวังตัว วางตัวให้เหมาะสม ไม่เคยหาโอกาสที่จะไปกับเค้าสองต่อสอง เพราะอะไร เพราะเราเกรงใจ คนที่เราคบอยุ่ ทั้ง ๆที่บางทีมันก้อไม่ได้มีอะไร แต่เราก้อเลือกที่จะไม่ทำ ก้อกลายเป็นว่า เรามันผิดเอง เกรงใจเกินไป เค้าบอกว่าถ้าคิดว่าดีทำไปเถอะ ถ้ามันเป็นโอกาสที่ดี แต่ต้องไปกับเพื่อนผู้ชายคนอื่นก้อไปเถอะ เค้าไม่ซีเรียส แต่เราก้อยังคงไม่คิดจะไป ไม่คิดจะทำ เพราะอะไรล่ะ ทำมัยเราต้องปิดตัวเอง ทำมัยเราต้องเกรงใจคนที่เรารักล่ะ ทำมัยเราต้องทำอะไรที่มันเป็นการตัดโอกาสตัวเองล่ะ ที่เราทำเพราะอยากทำให้คนที่เรารักเค้าเห็นว่า เรายังเห็นว่าเค้าสำคัญที่สุด แต่ในทางกลับกันเค้ากลับไม่เคยปิดต้วเอง เพื่อเรา คิดอยากจะทำอะไรก้อทำ ไม่เคยเกรงใจเรา แค่เค้าคิดว่าเค้าไม่ได้นอกใจ เค้าไม่ได้ทำผิดกับเรา เค้าก้อจะยืนยันที่จะทำมันต่อไป ทำมัยล่ะ แม้ว่าการที่เราจะเสียใจ ก้อกลายเป็นว่าเราไม่มีเหตุผล ทำมัยล่ะ

ไม่เข้าใจ ๆ ๆ

เกลียด ๆ ๆ ๆ เกลียดที่เค้าต้องไปกับฟรีแลนซ์

ช่างภาพ ที่เป็นพนักงานประจำ งานของเค้าคือ ถ่ายภาพ

ช่างภาพที่เป็น ฟรีแลนซ์ล่ะ งานของเค้า คือ ถ่ายภาพ

แล้วอย่างนี้คนรักกัน เป็นแฟนกัน ทำอะไรกัน

ฟรีแลนซ์ก้อทำเหมือนคนรักแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของกัน แบบนั้นน่ะเหรอ

มันก้อแค่ข้ออ้างของผู้ชายที่จะนอกใจดี ๆ นี่เอง ไม่ต่างกับกิ๊กเลย

พี่ที่ออฟฟิชบอกว่า คราวหน้าถ้ามีโอกาสก้อไปกับฟรีแลนซ์ของเราบ้างสิ ไม่ใช่ไม่มีนะ แต่บอกแล้วว่าไม่เคยคิดจะไป เพราะบางทีเรารู้สึกว่าบางที่ บางสิ่งบางอย่างเราอยากไปกับคนที่เรารัก แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราก้อควรจะหัดไปกับใครก้อได้เราก้อควรหัดจะมีความสุข สนุกสนานกับคนอื่นบ้าง บางที่ที่เราคิดว่ามันพิเศษอยากไปกับคนที่เรารักแล้วถ้าเราคิดแบบเค้าล่ะ เอ่อ ที่รักคุณไปไม่ได้ งั้นชั้นไปกะผู้ชายคนอื่นนะคะ อยากไปเดินชายหาดใต้แสงจันทร์โรแมนติก ๆ เดินพรอดรักกัน เอ่อ ที่รักคะ คุณไม่ว่าง งั้นชั้นไปกะฟรีแลนซ์นะคะ

ถ้าเป็นแบบนี้จะเป็นแฟนกันไปทำมัย เลิกกันไปดีกว่าเพราะไม่ว่าอะไรต่อจากนี้ ที่อยากไปกับคุณแต่ถ้าคุณไปไม่ได้ ฉันก้อต้องยอมรับและหาฟรีแลนซ์ไปแทน ใช่ไหมคะ



edit @ 2007/02/15 14:48:32